Blogs

Defi ธุรกรรมไร้ตัวกลาง

Published Date : 2022-09-20

ในปัจจุบันกระแสของเงินดิจิทัล หรือ  Cryptocurrency กำลังมาแรงเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นระบบการเงินที่ไร้คนกลางในการดำเนินการ ด้วยรูปแบบการใช้เทคโนโลยีจากที่ทำงานบนBlockchain พัฒนาการของเทคโนโลยี Blockchain ได้เอื้อให้เกิดการพัฒนา “Decentralized Finance (DeFi)” หรือระบบการเงินที่ไม่มีตัวกลาง ซึ่งเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและตอบโจทย์การทำธุรกรรมการเงินให้ผู้ใช้งานบางกลุ่ม

DeFi เป็นอีกขั้นของระบบการเงินที่มีการนำเทคโนโลยีBlockchain เข้ามาใช้ ผสานกับ Smart Contract สามารถทำให้เกิดระบบการเงินที่มีการทำงานตามคำสั่งอัตโนมัติ ซึ่งในปัจจุบันระบบนี้สามารถทำงานได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงิน  การสร้างสินทรัพย์ การค้ำประกัน การแลกเปลี่ยน โดยไม่จำเป็นต้องมีองค์กรหรือธนาคารใดๆเป็นเจ้าของ นั่นทำให้สามารถลดขั้นตอนการทำงาน รวมถึงการเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการใดๆ อีกทั้งยังสามารถทำธุรกรรมข้ามประเทศ

นวัตกรรมที่ควรรู้ก่อนเตรียมตัวเข้าสู่โลก DeFi

  • AMM หรือ Automated Market Maker คือ โปรโตคอลที่นำมาใช้กับกระดานเทรด โดยดำเนินการด้วยกลไกการเทรดแบบอัตโนมัติ กล่าวคือ ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มทำธุรกรรมสินทรัพย์ได้ทันทีตามที่ระบบตั้งค่าไว้ ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างที่กระดานเทรดแบบรวมศูนย์ทำ
  • Liquidity Provider นักลงทุนที่ทำการ Staking เหรียญคริปโตฯ บน DEXs โดยได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียม
  • Impermanent Loss ว่าด้วยภาวะความแตกต่างของมูลค่าสุทธิของสินทรัพย์คริปโตฯ 2 สินทรัพย์ที่อยู่บนกลไกทำงานของ AMM มักเกิดขึ้นเมื่อราคาของเหรียญนั้นเปลี่ยนแปลงหลังจากฝากสินทรัพย์เข้าไปใน Pool
  • DeFi Staking การล็อกเหรียญคริปโตฯ ไว้ใน Smart contract เพื่อรับผลตอบแทนกลับมาในรูปของเหรียญนั้น ๆ
  • Yield Farming กระบวนการใช้ DeFi เพื่อขยายผลตอบแทนให่ได้มากขึ้น ผู้ใช้งานอาจให้ยืมหรือยืมเหรียญจากแพลตฟอร์มมา จากนั้นก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นเหรียญคริปโตฯ กลับมา

DeFi ได้รับการพัฒนามาต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายแบบ เทคโนโลยี 3 รูปแบบหลัก ที่จะช่วยให้เข้าใจเทคโนโลยี DeFi ได้มากขึ้น อาทิเช่น

  • เทคโนโลยีเพื่อการกู้ยืมเงิน ระบบ DeFi ทำให้ผู้คนนำสินทรัพย์ฝากเข้าระบบ เพื่อให้อีกฝ่ายกู้เอาไปใช้ได้ แบบไม่ต้องมีตัวกลาง ผู้ฝากจึงได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินกู้นี้แบบเต็มๆ
  • ปรับสินทรัพย์ดิจิทัลให้ผันผวนน้อยลงด้วย Stablecoin สินทรัพย์ดิจิทัลผันผวนสูงมาก จนนำมาใช้แทนเงินสดได้ยาก ปัจจุบันจึงใช้สินทรัพย์ที่มีความเสถียรกว่าอย่างทองคำหรือ เงินดอลลาร์ มารับรองมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัล เรียกกันว่า Stablecoin นอกจากนี้ ยังช่วยให้สร้างสินทรัพย์เสมือนบน DeFi ได้ โดยนำเหรียญดังกล่าวมาค้ำประกัน แล้วออกสินทรัพย์จำลองที่มีมูลค่าเท่าสินทรัพย์ในโลกจริงได้
  • ระดมทุนบนโลกดิจิทัลด้วย Security token framework การพัฒนา Framework ขึ้นมานั้นช่วยให้นำสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ มาอยู่ในระบบดิจิทัล (Tokenize) แล้วมีหน่วยงานกำกับดูแลคอยตรวจสอบ ทำให้การระดมทุนทำได้ง่ายขึ้น เช่น ซื้อขายหุ้นผ่านระบบดิจิทัลแทนการทำ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์แบบเดิมได้

ปัจจุบัน มีมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ในแพลตฟอร์ม DeFi หรือที่เรียกว่า Total Locked Value (TVL) มากถึง 99.57 พันล้านดอลลาร์จุดเริ่มต้นที่ทำให้ DeFi เกิดเป็นกระแสคือแพลตฟอร์ม Compound ที่มีการให้ reward ในรูปแบบ governance token ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม การสร้าง Asset, การปล่อยกู้, การค้ำประกัน ทั้งหมดนี้เป็นฟังก์ชันที่ถูกผูกขาดโดยธนาคารและสถาบันการเงินที่ต้องมีการขอใบอนุญาต รวมไปถึงค่าธรรมเนียม แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้แล้วใน DeFi ถ้ามองในแง่ของคอนเซ็ปต์ทางเทคโนโลยี ก็เป็นไปได้ว่ามันอาจจะกลายเป็นธนาคารหรือระบบการเงินในอนาคตที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้